Guest Login     Register
    

 

FULL PLAYER

หนังเข้าใหม่ประจำสัปดาห์ที่ 7 พฤศจิกายน 2562

FM ONE 103.5  แนะนำหนังเข้าใหม่ 7 พฤศจิกายน 2562  สิ้นสุดการรอคอยของแฟนคลับนิยายสยองขวัญ กับภาคต่อของ The Shining หนึ่งในผลงานที่สร้างความขนลุกขนพองระดับตำนาน ใน Doctor Sleep ก่อนจะไปเปิดวีรกรรมแอคชั่นสมจริงที่สุด จากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ใน Midway  และภารกิจสุดโหด เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวาย จากกลุ่มทรชนนิรนาม ชายแก่มือปืนรับจ้าง ใน Kill Chain หนังเข้าฉายแล้วที่โรงภาพยนตร์ใกล้บ้านเลย

 

เรื่องแรก  Midway

ลุค อีแวนส์ ยกทัพเอฟเฟกต์ ถล่มความมันส์ในระบบ 4DX สี่มิติ กับ 17 สเปเชี่ยลเอฟเฟคท์ สมจริงที่สุด และในระบบปกติ เปิดวีรกรรมแอคชั่นจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ “ยุทธการมิดเวย์” การปะทะกันแบบ 360 องศาของกองทัพสหรัฐอเมริกา ที่เปลี่ยนเกมรบของสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปตลอดกาล ร่วมด้วย แพททริก วิลสัน วู้ดดี้ แฮริสัน และ นิค โจนาส และนักแสดงสมทบอีกเพียบ #ทหารหล่อบอกต่อด้วย 

 

เรื่องที่ 2 : Doctor Sleep

สิ้นสุดการรอคอยของแฟนคลับเจ้าพ่อนิยายสยองขวัญอย่าง สตีเฟน คิง นี่คือภาคต่อของ The Shining หนึ่งในผลงานที่สร้างความขนลุกขนพองระดับตำนาน แดน (ยวน แม็คเกรเกอร์) เด็กผู้มีจิตสัมผัสเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และยังคงถูกหลอกหลอนด้วยบาดแผลทางจิต เขาได้พบกับเด็กสาว แอบรา (ไคเลห์ เคอร์เรน) ที่มีพลังพิเศษแบบเดียวกัน และเธอก็กำลังตกเป็นเป้าตามล่าของลัทธิลึกลับที่ต้องการพลังพิเศษที่เรียกว่า “ไชน์” คอหนังระทึกขวัญพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

 

เรื่องที่ 3 : Kill Chain

ภารกิจสุดโหด เมื่อเจ้าของโรงแรม (นิโคลัส เคจ) ต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวาย จากกลุ่มทรชนนิรนาม ชายแก่มือปืนรับจ้าง หญิงสาวผู้หลบหนีการตามล่าจากแก๊งมาเฟีย และสองนักฆ่าที่กำลังออกตามล่าเจ้าของโรงแรมคนเก่า แต่พวกเขาทุกคนไม่มีทางรู้เลยว่า เจ้าของโรงแรมคนนี้ก็ไม่ใช่ชายผู้มีอดีตธรรมดาเช่นกัน


ขอบคุณข้อมูลจากโรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ Sharing the World’s Best Entertainment Dreams
ใหม่! MAJOR CINEPLEX Super App ครั้งแรกกับ AI ผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่รู้ใจคุณทุกเรื่องภาพยนตร์
โหลดฟรี ! ได้แล้ววันนี้ที่ App Store และ Play Store

การวิ่งมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด..

การวิ่งนั้นนอกจากจะเป็นการออกกำลังกายที่ง่าย และทำได้ด้วยตัวเองแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายอย่างอีกด้วย หลายคนคงจะรู้ว่ามันมีประโยชน์ แต่อาจยังไม่ทราบว่าคุณประโยชน์หลักๆ นอกจากช่วยให้ร่างกายแข็งแรงชีวิตยืนยาวแล้ว การวิ่ง ยังสร้างคุณประโยชน์อะไรให้กับคุณอีกบ้าง เราเลยมี 10 คุณประโยชน์ ของการวิ่งมาฝากกัน ว่าแต่จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันได้เลย

  1. ส่งผลดีต่อสภาพจิตใจโดยรวม
    นักวิ่งคือกลุ่มคนที่มีความสุข เรามีคนมาร่วมวิ่งมากมายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และแต่ละงานวิ่งก็มีคนซ้อมมาเป็นเดือนสองเดือนเพื่อเฝ้ารอวันแข่ง แล้วแบบนี้จะบอกว่าการวิ่งไม่มีความสุขได้อย่างไร
  1. ช่วยให้ปอดแข็งแรง
    แต่ละหลักไมล์ที่นักวิ่งทุกคนวิ่งผ่านไปไมล์แล้วไมล์เล่า ทั้งหมดนั้นช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของปอดให้กับทุกคน การกำหนดลมหายใจระหว่างวิ่ง หรือการหอบหายใจเวลาเหนื่อย มันไม่ใช่อะไรที่สูญเปล่าหรอกนะขอบอก แต่ทั้งหมดนั่นแหละที่ทำให้สุขภาพปอดเราดีขึ้น
  1. ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดปกติ
    หลายคนมีปัญหาทั้งด้านการไหลเวียนของเลือดต่ำนั้นคือคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย และการวิ่งช่วยให้มีการสูบฉีดของเลือดมากขึ้น และช่วยปรับการไหลเวียนของเลือดให้ปกติ
  1. สร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
    แน่นอนที่สุดว่าเมื่อเราออกกำลังกายเป็นประจำอย่างเช่นการวิ่ง มันจะทำให้ร่างกายเราแข็งแรงขึ้น และเมื่อร่างกายเราแข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันของเราก็จะแข็งแกร่งตามไปด้วย ทำให้เราเกิดอาการเจ็บป่วยได้ยากขึ้นกว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลังกาย
  1. เป็นการควบคุมน้ำหนักไปในตัว
    แน่นอนว่าหลายๆ คน ที่หันมาวิ่งก็คือมีเป้าหมายในการลดน้ำหนัก ซึ่งถ้าวิ่งถูกวิธีและกินถูกวิธี ก็จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้แน่นอน แต่สำหรับท่านที่ไม่ได้สนใจเรื่องสรีระมากนัก การวิ่งเป็นประจำจะทำให้เราควบคุมน้ำหนักได้ ไม่อ้วนขึ้นแม้จะมีช่วงไหนที่เรากินมากไปก็ตาม เพราะพลังงานส่วนเกินนั้นถูกนำมาใช้จนหมดแล้วกับการวิ่งนั่นเอง

  1. เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ขา
    ข้อนี้มันแน่นอนอยู่แล้ว ก็ไม่ต่างจากพวกที่ยกน้ำหนัก แขนก็จะแข็งแกร่งขึ้น แต่สำหรับนักวิ่งที่ต้องวิ่งไม่หยุดแล้วนั้น นิยามความแข็งแกร่งของขาอาจต่างไปนิดหน่อยไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถเตะได้หนักหน่วงอะไรแบบนั้น แต่คุณจะสามารถวิ่งต่อเนื่องได้เป็นหลายกิโลเมตรโดยขาคุณยังไม่ล้า อยู่ที่ช่วงโมงบินของแต่ละคน
  1. ผ่อนคลายความเครียด
    การวิ่งช่วยให้สมองหลั่งสาร serotonin ซึ่งทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและใจเย็นลง ดังนั้นถ้ามีเรื่องเครียดๆ ลองไปวิ่งดูสิมันจะช่วยคุณได้
  1. เพิ่มความหนาแน่นให้มวลกระดูก
    การวิ่งเป็นประจำสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กระดูกคุณได้ ทำให้มวลกระดูกหนาแน่นและแข็งแกร่งขึ้น การเสื่อมถอยของกระดูกเกิดขึ้นช้าลง แต่อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้คุณโดดลงมาจากตึก 10 ชั้นโดยไม่เป็นอะไรได้หรอกนะ
  1. เสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อ
    ให้ลืมเรื่องคำกล่าวที่ว่าการวิ่งทำให้ข้อเสื่อมไปได้เลย เพราะมันกลับกันเลยต่างหาก การวิ่งทำให้ข้อต่อของคุณแข็งแกร่งมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งที่เข่า ข้อเท้า ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณต้องวิ่งให้ถูกวิธีด้วยนะ
  1. ทำให้คุณมั่นใจมากขึ้น
    เพียงแค่คุณตัดสินใจจะลุกขึ้นมาออกวิ่ง นั่นก็หมายความว่าคุณได้ชนะตัวเองไปแล้วส่วนหนึ่ง และยิ่งวิ่ง คุณก็จะยิ่งร่างกายแข็งแรงมากขึ้น สุขภาพดีขึ้น รูปร่างดีขึ้นและนั่นแหละจะนำความมั่นใจมาสู่คุณในที่สุด

 


ขอบคุณข้อมูลจาก goodsportsthailand.com
ภาพจาก adventure.howstuffworks.com

จากนิยาย สู่ภาพยนต์ KIMJI-YOUNG, BORN 1982 คิมจียองเกิดปี ’82 สะท้อนชีวิตผู้หญิงเกาหลี

เกิดเป็นผู้หญิง ผิดตรงไหน? กงยู และ จองยูมิ จะมาเรียกน้ำตาผู้ชม
ในภาพยนตร์ที่สั่นสะเทือนประเทศเกาหลี
KIM JI-YOUNG, BORN 1982  คิมจียองเกิดปี ’82

Kim Ji-Young: Born 1982 ภาพยนตร์ดราม่าโรแมนติก  นำแสดงโดย กงยู และ จอง ยูมิ ยังคงแรงไม่หยุดล่าสุดยอดผู้ชมผ่านหลัก 1 ล้านคนไปเรียบร้อยแล้วจากการเข้าฉายเพียงแค่ 5 วัน KIM JI-YOUNG, BORN 1982 หรือชื่อไทย คิมจียองเกิดปี ’82 ดัดแปลงจากนิยายขายดีของโชนัมจู ที่ทำยอดขายมากกว่า 1 ล้านเล่มภายใน 2 ปี   ภาพยนตร์เล่าเรื่องราว คิมจียอง (จองยูมิ)   ผู้หญิงชาวเกาหลีธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่แม้ว่าเธอจะแต่งงาน และมีลูกสาวที่น่ารัก แต่ก็ทำให้เธอจำต้องล้มเลิกการทำหลายสิ่งหลายอย่างไป จองแดฮยอน ( กงยู ) สามีของเธอ สังเกตพบว่าได้เกิดอะไรบางอย่างขึ้นกับจียองทำให้เขารู้สึกเป็นกังวล เมื่อเธอเริ่มทำตัวแปลกไปราวกับเป็นคนอื่น

Kim Ji-Young: Born 1982  เป็นผลงานภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ ผู้กำกับ สาวเก่ง คิมโดยอง เจ้าของรางวัล  the Audience Award จากผลงานหนังสั้น The Monologue

กงยู ได้เผยความรู้สึกถึงการร่วมงานกับ จองยูมิ ว่า “ครั้งแรกที่ผมเห็น จองยูมิ ในกองถ่าย ผมคิดว่า เธอเป็น ‘คิมจียอง’ อยู่แล้ว ต้องขอบคุณที่ทำให้ผมสามารถจดจ่อกับบทบาทของตัวผมเองได้มากขึ้นตั้งแต่เริ่มเลยครับ”


KIM JI-YOUNG BORN 1982

คิมจี-ยอง เกิดปี’82

2 มกราคม 2020

ในโรงภาพยนตร์

ภาพยนตร์ไทยแห่งปี ไสยเวทอาคมขลังแห่งโลกยุคใหม่กำลังเริ่มต้น..

ภาพยนตร์ไทยแห่งปี นับถอยหลังอีก 20 วัน ก่อนที่เหล่า ‘จอมขมังเวทย์’ จะปรากฏกายฟาดศาสตราและคาถาอาคมใส่กันแบบไม่ยั้งใน จอมขมังเวทย์ 2020 (สอง-ศูนย์-สอง-ศูนย์) หนังแอ็กชันฟอร์มยักษ์ส่งท้ายปีจากค่ายสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ที่เข้าฉายพร้อมกันในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562
.
หนังได้ ต้อม-ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์ ผู้กำกับที่เคยสร้างโลกแห่งไสยเวทย์เอาไว้ในภาคแรก กลับมาสานต่อเรื่องราวในปี 15 ปีต่อมาผ่านตัวละคร วิน (หมาก-ปริญ สุภารัตน์) และ ก็อด (ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล) ชายหนุ่มจากโลกยุคใหม่ที่มีเส้นทางชีวิตแตกต่างเหมือนเส้นขนาน แต่ถูกวงเวทย์แห่งอาคมดึงดูดให้พวกเขาเข้าหาและมาปะทะกัน โดยมี อิทธิ (นก-ฉัตรชัย เปล่งพานิช) จอมขมังเวทย์รุ่นเก๋าที่หายสาบสูญไปหลังจบภาคแรก กลับมาเชื่อมรอยต่อระหว่างยุคสมัยเข้าด้วยกัน
.
สิ่งที่เปิดเผยออกมาในตัวอย่างภาพยนตร์ล่าสุด เราจะได้เห็นจุดเริ่มต้นการเป็นจอมขมังเวทย์ของวิน โดยมีอิทธิคอยให้คำแนะนำเพื่อไม่ให้วินถลำลึกสู่ด้านมืดของพลังแบบที่เขาเคยเป็นมาก่อน และมีก็อดเป็นตัวแทนจอมขมังเวทย์รุ่นใหม่ที่มีพลังสูงส่งจนควบคุมจิตใจคนได้ เป็นศัตรูตัวฉกาจที่ต้องจัดการให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
.
นอกจากงานสเปเชียลเอฟเฟกต์สวยงาม สมจริง ที่ขยายขอบเขตแสดงให้เห็นเวทย์มนตร์ในภาพยนตร์ไทยยังมีอนาคตไปต่อได้อีกไกล ความน่าสนใจอีกอย่างใน จอมขมังเวทย์ 2020 คือการผสมผสานความเชื่อเรื่องเวทย์มนตร์โบราณ นำเสนอออกมาในยุคสมัยใหม่ที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพัฒนาไปไกล จนหลายคนมองว่าคาถาอาคมเป็นเพียงเรื่องงมงายไร้สาระ
.
เพื่อแสดงให้เห็นว่ามนุษย์มี ‘พลังงาน’ บางอย่างไหลเวียนอยู่รอบตัว และไม่ได้ปรากฏตัวออกมาแค่ในรูปแบบคาถาอาคมลึกลับเพียงอย่างเดียว แต่ ‘เวทย์มนตร์’ ยังหมายถึงพลังงาน ความรู้สึก และความเชื่อที่ทรงพลังมากพอจะผลักดันให้มนุษย์คนหนึ่งทะลุขีดจำกัดเพื่อผลักดันไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ให้สำเร็จ


เจอกัน 14 พฤศจิกายนนี้  ที่โรงภาพยนตร์นะจ้าาา

หนังเข้าใหม่ประจำสัปดาห์ที่ 24 ตุลาคม 2562

FM ONE 103.5  แนะนำหนังเข้าใหม่ 24 ตุลาคม กลับมาอีกครั้ง ภาพยนตร์ไทยสายฮา ภาคต่อ ไบค์แมน2 พบตัวละครใหม่ที่พร้อมมาทวีความสนุก โหด มันส์ ฮากว่าภาคแรก ก่อนมาต่อกันที่ภาพยนตร์แอคชั่น ไซไฟ ในตำนานเขากลับมาแล้ว TERMINATOR: Dark Fate และภาพยนตร์ที่สร้างจากเหตุการณ์จริง ณ ประเทศแอลจีเรีย การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมในสังคม Papicha (ปาปิชา) หนังเข้าฉายแล้วที่โรงภาพยนตร์ใกล้บ้าน

 

เรื่องแรก  ไบค์แมน 2

ภาพยนตร์ไทยสายฮา ภาคต่อ หลังจากความสำเร็จท่วมท้นกับภาคที่แล้ว ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก กลับมาอีกครั้ง กับนักแสดงชุดเดิมครบทีม เพิ่มเติมคือ ตัวละครใหม่ ศักดา (เต๋า สมชาย) ที่พร้อมมาทวีความสนุก โหด มันส์ ฮากว่าภาคแรกแน่นอน 23 ตุลาคมนี้ พาครอบครัวไปสัมผัสความสุขพร้อมหน้ากันได้เลย

 

เรื่องที่ 2 : Terminator Dark Fate (ฅนเหล็ก วิกฤตชะตาโลก)

ภาพยนตร์แอคชั่น ไซไฟ ในตำนานกลับมาแล้ว กับ TERMINATOR : Dark Fate ซาร่าห์ คอนเนอร์ รับบทโดย ลินดา ฮามิลตัน มาพร้อมกับอดีตที่ไม่เคยถูกลืม เธอต้องร่วมมือกับ เกรซ (แมคเคนซี เดวิส) นักรบหญิงที่อัพเกรดความดุ ส่งตรงจากโลกอนาคต พร้อมกับการโคจรกลับมาพบกับ T-800 แสดงโดย อาร์โนล ชวาซเนเกอร์ มาเพื่อกู้อนาคตของมนุษยชาติ จากเหล่าหุ่นยนต์สังหาร ที่ใครก็สยบมันไม่ได้

ไปสัมผัสให้เต็มตา จุใจ บนจอยักษ์ เสียงกระหึ่ม ในระบบ IMAX และ 4DX ที่มากับ 16 สเปเชี่ยลเอฟเฟกต์ ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้สั่น น้ำ ควัน สมจริงที่สุด และ ระบบ Digital 

 

เรื่องที่ 3 : Papicha (ปาปิชา)

ภาพยนตร์ที่สร้างจากเหตุการณ์จริง ณ ประเทศแอลจีเรีย เรื่องราวการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมในสังคม ของกลุ่มวัยรุ่นสาวที่ใฝ่ฝันอยากเป็นดีไซน์เนอร์ แต่เส้นทางกลับดับวูบเมื่อเกิดสงตรามกลางเมืองในประเทศ และค่านิยมทางสังคมที่บังคับให้ต้องปกปิดร่างกายอย่างมิดชิด

 


ขอบคุณข้อมูลจาก โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ Sharing the World’s Best Entertainment Dreams
ใหม่! MAJOR CINEPLEX Super App ครั้งแรกกับ AI ผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่รู้ใจคุณทุกเรื่องภาพยนตร์
โหลดฟรี ! ได้แล้ววันนี้ที่ App Store และ Play Store

ชวนพี่ๆ สื่อออกมาวิ่ง Plogging เทรนด์การวิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมทั่วโลกในงาน ONE RUN 2019

“Keep Bangkok Beautiful” หยุดการทำร้ายสิ่งแวดล้อม อีกหนึ่งแคมเปญดีๆ  ที่ทาง FM ONE 103.5 อยากให้ทุกคนบนโลกนี้มีสุขภาพดี พร้อมกับรักษ์โลกไปด้วยกัน ในงาน “ไทยประกันชีวิต Presents ONE RUN 2019” 

คุณพณิชนาฏ แย้มเพกา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อินดิเพ็นเดนท์คอมมิวนิเคชั่นเน็ทเวอร์ค (คลื่นวิทยุ FM ONE 103.5) พร้อมด้วยทีมดีเจ ดีเจป๋อ ตฤท  รักศักดิ์สกุล, ดีเจต้อง ศุภัชญา รื่นเริง, ดีเจโด๋ว มรกต โกมลบุตร และดีเจเทมส์ สรรพกิจ เดินสายเชิญชวนพี่ๆ สื่อมวลชนออกมาวิ่ง Plogging เทรนด์การวิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมในทั่วโลก วิ่งไปพร้อมๆ กับเก็บสิ่งที่ไม่สวยงามตามทางที่วิ่งผ่าน เช่น เศษกิ่งไม้ เศษใบไม้ หรือเศษขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อย

 

 

งานนี้ เราได้รับเกียรติจากดีไซน์เนอร์ไทยที่โด่งดังระดับโลก คุณปอม ชาน มาออกแบบ Key Visual หลักของงานนี้ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญรางวัล เสื้อวิ่ง ที่เรามีให้เลือกกันถึง 2 สีคือ โทนสีฟ้าสดใสสำหรับระยะวิ่ง FUN RUN และโทนสีน้ำเงินสวยงาม สำหรับระยะวิ่ง Mini Marathon โดยเป็นการดึงเอาลายคาแร็คเตอร์ของนกกระจอกเทศ ซึ่งเป็นนกที่วิ่งเร็วที่สุด จับมาสวมใส่ Sneaker ใช้มาเป็นลายเสื้อเพื่อสื่อถึงการวิ่ง และการอนุรักษ์ธรรมชาติไปพร้อมๆ กัน

 

 

ส่วนเหรียญรางวัลนั้น ตัวเหรียญจะใช้รูปดอกไม้กับผีเสื้อ   บวกกับสายคล้องที่เป็นลายดอกไม้ บ่งบอกถึงสัญลักษณ์ของความสวยงามและความสดชื่น  พร้อมประโยคของคอนเซ็ปต์งานนี้ “KEEP BANGKOK BEAUTIFUL” เพื่อมาตอกย้ำกับทุกๆ คนที่เข้าเส้นชัยว่า นี่คือส่วนหนึ่งที่เราได้ช่วยกันทำให้กรุงเทพฯ ของเรานั้นสวยงามอีกครั้ง

พิเศษสำหรับถุงผ้าดีไซน์เก๋ สำหรับทุกคนที่วิ่ง สำหรับใช้ในการเก็บเศษสิ่งที่ไม่สวยงามตามทาง อีกหนึ่งสิ่งจาก Key Visual ของคุณปอม ชาน ที่หลายคนต้องชอบ และที่สำคัญสิ่งที่เราทุกคนช่วยกันเก็บมานั้น เราจะนำมาเทร่วมกัน ก่อนจะถูกไปเปลี่ยนเป็นเงินบริจาคต่อไปด้วย

 

 

พร้อมกันนี้ คุณยังจะได้สนุกกับ Morning Dance ที่จะมาระเบิดความมันส์ ให้คุณตื่น และพร้อมที่จะวิ่งในตอนเช้า โดย Roxy June ดีเจเปิดแผ่นสาวสุดฮ็อต ที่มีดีกรีแชมป์ Lady Dj ฝีไม้ลายมือโด่งดังไประดับโลก

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ Keep Bangkok Beautiful ด้วยกันได้ วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคมนี้ ที่ศูนย์กีฬาทางน้ำบึงหนองบอน กับระยะการวิ่ง Fun Run 5.5 กิโลเมตร และ มินิมาราธอน 11 กิโลเมตร ค่าสมัคร 550 บาท โดยรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่าย มอบให้โครงการ หนึ่งคนให้ หลายคนรับ เพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก  สมัครได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ zipeventapp.com


ขอบคุณทุกสื่อมวลชนมากๆ สำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นกับกิจกรรมในครั้งนี้ของทาง FM ONE 103.5
(PPTV , ไนน์เอ็นเตอร์เทน, JOOX , True ID , ไทยรัฐทีวี, ข่าวสด , แนวหน้า, เดลินิวส์)

หนังเข้าใหม่ประจำสัปดาห์ที่ 17 ตุลาคม 2562

FM ONE 103.5  แนะนำหนังเข้าใหม่ 17 ตุลาคม สัปดาห์นี้สิ้นสุดการรอคอย กับภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่แห่งปีจากดิสนีย์ ชนวนศึกครั้งใหม่กำลังจะเกิดขึ้นใน Maleficent Mistress of Evil (มาเลฟิเซนต์ นางพญาปีศาจ) แล้วมาต่อกันที่สารคดีชีวิตจริงของตำนานชาวร็อก เลียม กัลลาเกอร์ อดีตนักร้องนำของวง Oasis ที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน ใน Liam : As It Was และปิดท้ายด้วยเอนิเมชั่น ระดับรางวัลที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ใน Ride Your Wave (คำสัญญา…ปาฏิหาริย์รัก 2 โลก) หนังเข้าฉายแล้วที่โรงภาพยนตร์ใกล้บ้าน

 

เรื่องแรก  Maleficent Mistress of Evil
(มาเลฟิเซนต์ นางพญาปีศาจ)

ภาพยนตร์ ดิสนีย์ สุดยิ่งใหญ่แห่งปี เข้าฉายพุธที่ 16 ตุลาคม ประเทศไทย ฉายเป็นประเทศแรก เข้าฉายทุกระบบพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น IMAX 3D จอยักษ์ 4DX สี่มิติ กับ 17 สเปเชี่ยลเอฟเฟคท์ สมจริงที่สุดSCREEN X 3 จอ 3 ทิศทาง ภาพกว้าง 270 องศา  และในระบบปกติ

เกิดชนวนศึกครั้งใหม่เมื่อราชินี อิงกริต (มิเชล ไฟเฟอร์) ผู้เป็นแม่ของเจ้าหญิงออโรร่า ตั้งกองกำลังทหารเพื่อสู้กับ มาเลฟิเซนต์ และเผ่าพันธุ์สัตว์วิเศษ เพราะมาเลฟิเซนต์ ไม่เห็นด้วยกับการจัดงานแต่งงานของ ออโรร่า(แอล แฟนนิ่ง) และเจ้าชาย กลายเป็นเรื่องราวที่ก้าวข้ามเทพนิยายโบราณสู่ตำนานแอ็คชั่นแฟนตาซี

 

เรื่องที่ 2 : Liam : As It Was

สารคดีชีวิตจริงของตำนานชาวร็อก เลียม กัลลาเกอร์ อดีตนักร้องนำของวง Oasis ที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่การล่มสลายของวงที่เขารัก เหตุที่ทำให้วงใหม่ของเขาต้องหายไปจากวงการ และการกลับมาดุจปาฏิหาริย์ของหนึ่งในตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการเพลง

 

เรื่องที่ 3 : Ride Your Wave (คำสัญญา…ปาฏิหาริย์รัก 2 โลก)

ภาพยนตร์อนิเมชั่น ระดับรางวัลที่ไม่ควรพลาด เรื่องราวของฮินาโกะ หญิงสาวผู้รักการโต้คลื่น ที่สูญเสียคนรัก อย่าง มินาโตะ ไป แต่ทุกครั้งที่ฮินาโกะ ร้องเพลงที่เขาทั้งสองเคยร้องด้วยกัน มินาโตะ ก็จะกลับมาปรากฎตัวให้เห็นทุกครั้ง เกิดเป็นสายสัมพันธ์ข้ามภพของทั้งคู่


ขอบคุณข้อมูลจาก โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ Sharing the World’s Best Entertainment Dreams
ใหม่! MAJOR CINEPLEX Super App ครั้งแรกกับ AI ผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่รู้ใจคุณทุกเรื่องภาพยนตร์
โหลดฟรี ! ได้แล้ววันนี้ที่ App Store และ Play Store

ดีเจคิว ปลื้มหนัก!! ได้ใกล้ชิด “ลิซ่า” แห่งวง BLACKPINK

น่าปลาบปลื้มและน่าอิจฉาสุดๆ กับโมเม้นท์ของ “ดีเจคิว” ที่ได้มีโอกาสร่วมงานใกล้ชิดกับน้อง “ลิซ่า” ศิลปินสาวไทยมากความสามารถ สมาชิกวงดัง BLACKPINK จากเกาหลีใต้ ที่มาร่วมงาน AIS 30th Anniversary พร้อมศิลปินดาราชื่อดังอีกหลายท่านเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดีเจคิวนั้นได้รับคัดเลือกให้ร่วมงานกับน้องลิซ่ารวมกันมาแล้ว 3 ครั้ง ซึ่งรับหน้าที่เป็น MC สัมภาษณ์น้อง บ่อยครั้งที่มักจะเป็นตัวแทนบลิ้งค์ไทยส่งมอบกำลังใจและความรู้สึกของแฟนๆ ที่มีต่อน้องลิซ่าเสมอๆ

โดยดีเจคิวเองก็ปลื้มสุดๆ ทุกครั้งที่ได้เจอกับน้องลิซ่า แต่เจ้าตัวก็พยายามเก็บอาการ ทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ ทว่างานนี้หนุ่มคิวยิ่งปลื้มหนักเข้าไปอีกเมื่อภาพร่วมงานคู่กันในงานล่าสุดเป็นน้องลิซ่าที่โพสต์ลง IG ส่วนตัวของน้องเอง จนแฟนๆ บางส่วนในโซเชียลมีแซวว่า “เป็นหนุ่มคนแรกที่ได้ลงภาพคู่กับน้องใน IG” เลยทีเดียว ทำเอาดีเจคิวยิ้มแก้มแตก ปลาบปลื้มอยู่จนถึงทุกวันนี้ยังไม่หาย ซึ่งภาพนี้ก็รวมอยู่ในชุดที่น้องลิซ่าโพสต์ภาพการทำงานของน้องในวันนั้น โดยภาพเซตนี้มีผู้กดไลค์มากกว่า 2.7 ล้านคน (ข้อมูล ณ 9 ต.ค. 62)

ขอบคุณภาพจาก IG : @lalalalisa_m

เทรนด์ #รักติดไซเรน Blend มาใกล้กัน ยอดวิวกว่า 56 ล้านวิว!!

รนด์จากเพลงรักติดไซเรน เพลงประกอบละครรักฉุดใจนายฉุกเฉิน ร้องโดย คู่หูสุดชิคอย่าง “ไอซ์ พาริส” และ “แพรวา ญิชาภัทร” สังกัด Nadao Music มาแรงดังจริง! ณ ตอนนี้ไม่ว่าจะเปิดคลื่นวิทยุหน้าปัดไหน ก็ฮิตติดหูคนฟังแถมร้องตามกันได้เป็นแถว

วันนี้ FM ONE 103.5 ขอตามเทรนด์เพลงรักติดไซเรน ขึ้น Chart อันดับ 1 (ณ วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ.2562) สถานีวิทยุ FM ONE 103.5 จากสัปดาห์ที่แล้วกระโดดทะยานขึ้นมาจากอันดับที่ 6 เรียกได้ว่า เพลงรักติดไซเรนมาแรงจริง 

แถมตอนนี้เพลงรักติดไซเรน ใน Youtube มียอดวิวกว่า  56 ล้านวิวแล้ว แรงฉุดไม่อยู่จริงๆ

อีกทั้งยังมีคนดัง นักร้อง Cover กันไม่หยุด อาทิเช่น โทโมะ วิศว – แก้ว จริญญา, น้ำชา ชีรณัฐ – ไอซ์ ศรัณยู เอาเป็นว่าเพลงรักติดไซเรน Blend ใจให้มาใกล้กันจริงๆ ณ ตอนนี้

Cover by โทโมะ วิศว – แก้ว จริญญา

Cover by น้ำชา ชีรณัฐ – ไอซ์ ศรัณยู

 

๑๙ กันยายน “วันพิพิธภัณฑ์ไทย”

เพราะอดีตทำให้เราได้เรียนรู้

และการตั้งคำถามในปัจจุบันก็นำไปสู่การเรียนรู้เพื่ออนาคต

อดีต ปัจจุบัน อนาคต ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ในพิพิธภัณฑ์ของไทยใน พ.ศ.นี้


ราวคริสต์ศตวรรษที่ 16-17 โลกตะวันตกได้มีการตื่นตัวในด้านการเก็บรวบรวมและสะสมทรัพย์สมบัติและมรดกต่างๆ ทั้งที่เป็นวัตถุสิ่งของมีค่า สิ่งเก่าแก่ที่แปลกและหายาก เพื่อเป็นหลักฐานทางมรดกวัฒนธรรมของชาติ อันเป็นการแสดงถึงความเป็นใหญ่และความมั่งคั่งของเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เด่นชัด ซึ่งเอกลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรมนั้นจะปรากฏขึ้นได้ก็ต่อเมื่อชาตินั้นๆ ได้มีการรวบรวมหลักฐานที่เป็นศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ สิ่งประดิษฐ์จากการคิดค้นหรือสิ่งแวดล้อมที่เป็นสมบัติของชาติมาประมวลเป็นหลักฐาน ห้ชีวิตของชนในชาตินั้นได้

สำหรับประเทศไทยนั้น ผู้ที่ทำการริเริ่มดำเนินการรวบรวมวัตถุที่เป็นมรดกวัฒนธรรมคือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดพิพิธภัณฑสถานส่วนพระองค์ ณ พระที่นั่งราชฤดีเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นที่จัดแสดงสิ่งสะสมที่ทรงรวบรวมไว้ตั้งแต่ครั้งก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ ต่อมาได้ย้ายมาจัดแสดงที่พระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ อันเป็นที่มาของคำว่า “พิพิธภัณฑ์” ในเวลาต่อมา เมื่อมาถึงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้มีการจัดตั้ง “มิวเซียม” ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับประชาชนแห่งแรกขึ้น ณ วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2417 โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมเฉพาะในการเฉลิมพระชนมพรรษาต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีจนถึงปีพ.ศ. 2430 พระองค์ได้ย้ายมิวเซียมหลวงจากพระบรมมหาราชวังไปจัดตั้งในพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้า ซึ่งมิวเซียมหลวงแห่งนี้ถือเป็นจุดกำเนิดพิพิธภัณฑสถานแห่งแรกของไทย ซึ่งต่อมาก็คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

ต่อมาในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ได้พระราชทานหมู่พระที่นั่งทั้งหมดในพระราชวังบวรสถานมงคล จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์สถานสำหรับพระนครดูแลด้านโบราณคดี วรรณคดี เป็นที่รวบรวมสงวนรักษาโบราณวัตถุ ศิลปะวัตถุ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติพิพิธภัณฑสถานพระนคร ได้มีการเปลี่ยนชื่อและหน่วยงานที่สังกัดอีกหลายครั้ง จนกระทั่งได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมศิลปากรกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2518 จัดตั้งกองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

ด้วยความสำคัญเหล่านี้ทำให้รัฐบาลได้ประกาศให้วันที่ 19 กันยายนของทุกปีเป็น “วันพิพิธภัณฑ์ไทย” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และเพื่อปลูกฝังให้คนไทยรัก หวงแหนในศิลปวัฒนธรรมอันเป็นสิ่งที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ซึ่งในวันนี้พิพิธภัณฑสถานต่างๆ ทั่วประเทศได้ร่วมกันเปิด พิพิธภัณฑสถานให้ประชาชนทั่วไป ได้มีโอกาสเข้าไปชมศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติเพื่อสร้างความรักความเข้าใจ ตลอดจนภูมิใจในความเป็นไทยโดยทั่วกัน ดังที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทไว้ ดังนี้

 “ต้องพยายามแนะนำชักจูงคนทั่วไปให้ทราบถึงกิจการ บริการ รวมทั้งประโยชน์ที่พึงจะได้รับจากพิพิธภัณฑสถาน เมื่อประชาชนได้รู้จัก ได้ใช้ และได้รับประโยชน์จากพิพิธภัณฑสถานโดยกว้างขวางแล้ว จะนับว่าเกิดประโยชน์แก่การศึกษาค้นคว้าอย่างแท้จริง”

 

ขอบคุณภาพจาก Supanut Arunoprayote

Load More Posts