Guest Login     Register
    

 

FULL PLAYER

ย้อนความทรงจำดี ๆ “12 ปี รักแห่งสยาม” ของขวัญปีใหม่สุดอบอุ่น

12 ปี รักแห่งสยาม
วงออกัส” จัดเต็ม มินิคอนเสิร์ตรับลมหนาว
มอบของขวัญปีใหม่สุดอบอุ่น ย้อนความทรงจำดี ๆ แน่น HOUSE SAMYAN

ผ่านไปแล้วอย่างอบอุ่น สำหรับปรากฏการณ์แฟนคลับแน่นโรง กับกิจกรรม12 ปี รักแห่งสยาม” ที่ทางโรงภาพยนตร์ House สามย่าน ร่วมกับ สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จัดงานครบรอบ 12 ปี ภาพยนตร์แห่งปรากฏการณ์ และอยู่ในใจคนดูเสมอมา “รักแห่งสยาม” กับงาน “HOUSE SAMYAN presents 12 ปี รักแห่งสยาม” ที่ยังมอบของขวัญแฟนๆ ด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก ศิลปินวงออกัส ณ ลาน Sky Garden (สกายการ์เด้น) ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ ในวันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา

 เมื่อเวลา 18.00 น. คุณอวิกา เตชะรัตนประเสริฐ, คุณจาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ และคุณชมศจี เตชะรัตนประเสริฐ ผู้บริหารจากสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และโรงภาพยนตร์ House สามย่าน พร้อม สมาชิกจากวงออกัสและ “มะเดี่ยว” ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ รักแห่งสยาม ร่วมเปิดงาน ด้วยการเปิดไฟต้นคริสต์มาสพร้อมกัน ซึ่งเป็นสัญญาณของการเข้าช่วงเวลาแห่งความสุขช่วงปลายปี

หลังจากนั้นสมาชิกวงออกัส นำโดย “พิช” วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังจากแยกย้ายไปนานกว่า 8 ปี พวกเขาขับร้องเพลงในความทรงจำของทุกคนอย่าง “กันและกัน”, “Ticket”, “คืนอันเป็นนิรันดร์” ฯลฯ ซึ่งมีแฟนเพลงและแฟนหนังทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมร้องเพลงกลางสวนลอยฟ้าในบรรยากาศสุดอบอุ่น ท่ามกลางลมเย็นของฤดูหนาว ก่อนที่จะร่วมชมภาพยนตร์ “รักแห่งสยาม” ด้วยกันอีกครั้ง ณ โรงภาพยนตร์ House สามย่าน

นอกจากนี้ก่อนชมภาพยนตร์ ยังได้มีการฉายคลิปสุดเซอร์ไพรส์ จากพระเอกของเรื่องอย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ ที่ฝากความคิดถึงมาถึงแฟนๆและทีมงาน รวมถึงผู้กำกับ นักแสดงจากภาพยนตร์ พร้อมร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 12 ปีของภาพยนตร์อีกด้วย แต่ความพิเศษยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อหลังจากที่ผู้ชมกำลังซาบซึ้ง ร้องไห้อินไปกับฉากจบของภาพยนตร์ ศิลปินวงออกัส มอบเซอร์ไพรส์ให้ผู้ชมด้วยการเข้าไปขอบคุณและร่วมถ่ายภาพพร้อมกันเป็นที่ระลึกกันอย่างอบอุ่น

                “รักแห่งสยาม” ออกฉายครั้งแรกในวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 แจ้งเกิดให้นักแสดงอย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ และศิลปินวงออกัส นอกจากนี้ภาพยนตร์ได้รับรางวัล “ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม” จากเวทีรางวัลอันทรงเกียรติ ได้แก่ รางวัลสุพรรณหงส์, รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง, สตาร์พิคส์อวอร์ดส์ และคมชัดลึกอวอร์ดส์ มาครองอย่างเป็นเอกฉันท์

                12 ปีผ่านไป ทุกคนยังคงประทับใจกับนิยามความรักใน “รักแห่งสยาม

THE ORIGINAL JETSET’ER อบอุ่น สุดประทับใจ คอนเสิร์ตสั่งลาแฟนๆ

สุซึ้น้ำตาท่วมเวที 15 ปี กับการรวมตัวครบ 4 คนครั้งสุดท้าย
ในฮอลล์ออฟแฟน ซันเดย์อีฟนิ่งคอนเสิร์ต ครั้งที่ 11
“THE ORIGINAL JETSET’ER”

จบลงไปแล้วอย่างสวยงามและอบอุ่นสุดประทับใจสำหรับคอนเสิร์ตสั่งลาแฟนๆ 15 ปี กับการรวมตัวครบ 4 คนครั้งสุดท้ายของกลุ่มศิลปินมากความสามารถอย่าง JETSET’ER (เจ็ตเซ็ตเตอร์) ใน ไทยประกันชีวิต Presents HALL OF FAN : SUNDAY EVENING CONCERT (ไทยประกันชีวิต พรีเซนต์ ฮอลล์ ออฟ แฟน : ซันเดย์ อีฟนิ่ง คอนเสิร์ต) ครั้งที่ 11 ตอน THE ORIGINAL JETSET’ER (ดิออริจินัล เจ็ตเซ็ตเตอร์) เมื่อวันก่อนที่จัดขึ้นที่จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เฮาส์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 ท่ามกลางแฟนเพลงตัวจริงที่มาร่วมบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ร่วมกัน ทำเอาแฟนๆแสดงความรักที่มีต่อ JETSET’ER (เจ็ตเซ็ตเตอร์) ทั้งร้อง ทั้งเต้น พร้อมกับน้ำตาท่วมด้วยความคิดถึง

สำหรับบรรยากาศของคอนเสิร์ตในครั้งนี้อบอวลไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข พอแฟนเพลงพร้อมหน้าพร้อมตาแน่นฮอลล์กันแล้ว ถึงเวลา JETSET’ER (เจ็ตเซ็ตเตอร์) เปิดตัวออกมาเรียกเสียงกรี๊ดเป็นการรื้อฟื้นความจำด้วยเพลง เชื่อในตัวฉัน, ฝ่าไฟแดง, คืนนี้ จากนั้นมาถึงคิวของเพลงฮิตให้ร้องตามกันอย่าง เพ้อ, น้ำผึ้งพระจันทร์, สัญญาณ และซึ้งกันต่อกับเพลง ปีแสง, คนสุดท้าย, คนที่ใช่ ความสุขก็ต่อเนื่องทันทีกับเพลง ยิ่งไม่รู้ยิ่งต้องทำ, ดีอย่างไร, ชายในฝัน, ไม่ใกล้ไม่ไกล เพลงนี้ ที นักร้องนำ ได้เซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยการลงจากเวทีมาร้องเพลงแบบใกล้ชิดอีกด้วย ก่อนส่งเข้าเมดเลย์เพลงที่หลายคนคิดถึงอย่าง เศษ, ตัวคั่นเวลา, ใจร้าย, Sense, เธอเก่ง พูดเลยว่าพาร์ทนี้แฟนๆในฮอลล์ร้องคอแตกกันเลยทีเดียว แล้วก็มาถึงคิวของแขกรับเชิญคนพิเศษ SOUL AFTER SIX (โซล อาฟเตอร์ ซิกซ์) ที่ออกมาร่วมแจมในเพลง รักแล้ว, ก้อนหินละเมอ ก่อนปล่อยเวทีให้โซลอาฟเตอร์ซิกซ์ ในเพลง คนละทางเดียวกัน, รักเก่าเก่า ที่แฟนๆซึ้งตามกันทั้งฮอลล์ ก่อนจะปรับโหมดด้วยพาร์ทการร้องเพลงสุดใกล้ชิดกับแฟนๆ บนมินิสเตจกลางฮอลล์อย่างเพลง Next Chapter, ใครคนนั้น, เพราะเธอ, ทฤษฎีใหม่ๆ, นัวเนีย เมื่อพาร์ทนี้จบลง JETSET’ER (เจ็ตเซ็ตเตอร์) ก็ได้เซอร์ไพรส์อีกครั้งด้วยการแจกของที่ระลึกจาก THE ORIGINAL JETSET’ER (ดิออริจินัล เจ็ตเซ็ตเตอร์) ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ, ไม้กลองจากเอ็ดดี้, ปิ๊กกีตาร์ และซีดีเดโม่ ทำเอาแฟนๆ ในฮอลล์ดีใจถึงกับน้ำตาแตกกันไปเลย กลับมาอีกครั้งบนเวทีใหญ่กับเพลง ยิ้ม, Love, เซียนตัดเซียน, รัตติกาล มาถึงช่วงท้ายคอนเสิร์ตปรับโหมดมาซึ้งอีกครั้ง กับเพลง จูบ ที่ได้ เอ็ดดี้ กระโดดขึ้นมาบนเวทีด้วยการโชว์ลีลาตีกลองให้แฟนๆ ได้ประทับใจ เรียกว่าทำเอาประทับใจแล้วประทับใจอีก เพื่อให้สมกับความรัก ความผูกพัน ที่ JETSET’ER (เจ็ตเซ็ตเตอร์) และแฟนๆ มีให้กันมา 15 ปีอย่างแท้จริง

 

 


ครั้งต่อไปพบกับ
ไทยประกันชีวิต Presents HALL OF FAN : SUNDAY EVENING CONCERT
(ไทยประกันชีวิต พรีเซนต์ ฮอลล์ ออฟ แฟน : ซันเดย์ อีฟนิ่ง คอนเสิร์ต) ครั้งที่ 12
ตอน LOMOSONIC HOME
(โลโมโซนิก โฮม) #เป็นวัยรุ่นไม่มีบ้านให้กลับ
ของศิลปิน LOMOSONIC (โลโมโซนิก)
ได้ในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2562
ณ จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เฮาส์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น
8
สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ FB : HallOfFan และ
Add LINE Official Account @GMMGRAMMY

คนดังร่วมออกแบบหมีเท็ดดี้ บลู คอลเล็คชั่นพิเศษกับยูนิเซฟ

ยูนิเซฟ” ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ชวนเซเลบดังออกแบบ “ท็ดดี้ ลู” คอลเลคชั่นพิเศษ
สมทบทุนในรายการ เดอะ บลู คาร์เพท โชว์ฯ”  ร่วมสร้างอนาคตที่ดีให้แก่เด็กๆ ทั่วโลก
   

องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดทำ ตุ๊กตาหมี Teddy Blu (เท็ดดี้ บลู) สัญลักษณ์ประจำรายการ “เดอะ บลู คาร์เพท โชว์ ฟอร์ ยูนิเซฟ” เพื่อให้ผู้สนับสนุนและประชาชนทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของได้ โดยตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ บลูจะมีลักษณะพิเศษคือ มีจมูกสีฟ้า เพื่อสื่อสารว่าหากเด็ก ๆ ได้รับอันตรายหรือเผชิญกับความเดือดร้อนใด ๆ จมูกสีฟ้าของพี่หมีเท็ดดี้ บลู จะเปล่งแสงรับสัญญาณ เพื่อส่งความช่วยเหลือไปถึงเด็ก ๆ อย่างเร็วที่สุด ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติใดหรืออยู่ห่างไกลแค่ไหนก็ตาม  เปรียบเสมือนการทำงานของ “ยูนิเซฟ” ที่พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่กำลังเดือดร้อนในทุกพื้นที่โดยไม่เลือกปฏิบัติ

   

โดยในปีนี้ “ยูนิเซฟ” ได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบคนดังมาร่วมออกแบบ Teddy Blue Limited Edition  (เท็ดดี้ บลู ลิมิเต็ด อิดิชั่น) 5 คอลเลคชั่นพิเศษ ประกอบด้วย BAMBAM x UNICEF (ออกแบบโดย แบมแบม GOT7), PECK x UNICEF (ออกแบบโดย เป๊ก ผลิตโชค), KRIST SINGTO x UNICEF (ออกแบบโดย คริส พีรวัส และ สิงโต ปราชญา), NADAO x UNICEF (ออกแบบโดย ต่อ ธนภพ) และ GG PP x UNICEF (ออกแบบโดย กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ และ น้องเป่าเปา) โดยผู้ที่สนใจสามารถสนับสนุนได้ตัวละ  2,990 บาท ทุกคอลเลคชั่นจะผลิตรวมกันเพียง 1,000 ตัวเท่านั้น รายได้ทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนในรายการ “เดอะ บลู คาร์เพท โชว์ ฟอร์ ยูนิเซฟ ครั้งที่ 2”  ที่จะจัดขึ้นในเดือนมกราคม 2563  เพื่อสนับสนุนงานของยูนิเซฟในการช่วยเหลือเด็ก ๆ ในประเทศไทยและทั่วโลกต่อไป

แฟน ๆ ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของ เท็ดดี้ บลู ลิมิเต็ด อิดิชั่น จำนวน 100 ตัวแรก (คอลเลคชั่นละ 20 ตัว) ได้ก่อนใครในงานแถลงข่าวรายการ “เดอะ บลู คาร์เพท โชว์ฯ ครั้งที่ 2”  ที่จะจัดขึ้นใน วันพุธที่ 11 ธันวาคม 2562 ณ ลานอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  โดยเขียนชื่อตนเองและหย่อนลงในกล่องคอลเลคชั่นที่ต้องการระหว่างเวลา 12.00 – 15.30 น. (ท่านละ 1 ชื่อเท่านั้น) และจะมีการสุ่มรายชื่อผู้โชคดี 100 ท่าน ในเวลา 16.00 น. เพื่อมีสิทธิ์สนับสนุนตุ๊กตาหมี Teddy Blu Limited Edition (เท็ดดี้ บลู ลิมิเต็ด อิดิชั่น) ตัวละ 2,990 บาทในงานแถลงข่าว


สำหรับตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ บลู อีก 900 ตัวที่เหลือ
จะเปิดให้เป็นเจ้าของผ่านเว็บไซต์ www.unicef.or.th/bluecarpetshow เท่านั้น
โดยมีรายละเอียดดังนี้
BAMBAM x UNICEF จะเปิดในวันที่ 12 ธ.ค. 62,
GG PP x UNICEF
ในวันที่ 15 ธ.ค. 62,
KRIST SINGTO x UNICEF
ในวันที่ 18 ธ.ค. 62,
NADAO x UNICEF
ในวันที่ 21 ธ.ค. 62 และ
PECK x UNICEF
ในวันที่ 24 ธ.ค. 62
ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง เฟซบุ๊ก แฟนเพจ UNICEF Thailand

ที่สุด! แห่งเทศกาลดนตรีของภาคเหนือ “เชียงใหญ่เฟส”

จบไปอย่างสวยงามกับครั้งแรกของเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ สำหรับ ช้าง มิวสิค คอนเนคชั่น พรีเซนต์ ‘เชียงใหญ่เฟส’ ที่จัดโดย จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และ Zaap Party (แซ๊ปปาร์ตี้) ซึ่งงานทั้ง 2 วัน 2 คืน เมื่อวันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2562 ณ ลานเนินนุ่ม จ.เชียงใหม่ ที่ผ่านมา ต่างได้รับคำชมจากคนที่ไปร่วมงานกว่า 20,000 คน ถึงความยิ่งใหญ่ ความสนุกสุดมันส์ที่ไม่เหมือนใครท่ามกลางธรรมชาติและอากาศหนาวอย่างแท้จริง อีกทั้งงานยังมีระบบการจัดการที่ดีเยี่ยม จึงมั่นใจได้ว่าเชียงใหญ่เฟสได้กลายเป็นเทศกาลดนตรีสุดประทับใจของชาวภาคเหนือและคนที่ชื่นชอบในการเที่ยวเฟสติวัลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับความสนุกสุดยิ่งใหญ่ทั้ง 2 วัน 2 คืน เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่บริเวณ กำแพงศิลปิน (ARTIST WALL) และ กำแพงประตูเมืองเชียงใหญ่ ที่ได้โชว์กราฟฟิกขนาดยักษ์ ต่างคับคั่งไปด้วยวัยรุ่นชาย-หญิงได้แวะเวียนกันมาโพสท่าถ่ายรูป ยิ่งไปกว่านั้นภายในงานยังมีพื้นที่ให้ทุกคนแวะช็อป ชม ชิม และชิลได้อีก อย่าง โซนหมู่บ้านจะอั้นจะอี้ BY CHEEZE POP-UP MARKET และยังมี โซนกาด (ตลาด) เชียงใหญ่ กับร้านอาหารกว่า 30 ร้านที่ตอบโจทย์คนทุกเพศทุกวัย ตัวเลือกหลากหลายตั้งแต่ของคาวยันของหวาน เรียกว่างานนี้ทุกคนได้สนุกได้มันส์กับ 40 ศิลปินแล้วและยังได้อิ่มท้องไปตามๆ กันอีกด้วย

 

 

 

พอถึงเวลา 5 โมงเย็น เวทีคูลเมือง เวทีเชียงใหญ่ เริ่มเปิดประชันกันให้ทุกคนได้เลือกไปมันส์กับศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ ฝั่งเวทีคูลเมือง ทั้ง 2 วัน เอาใจวัยรุ่นด้วยศิลปิน 2 แนวความสนุก วันเสาร์ฮิปฮอปเดย์ ประกอบไปด้วย ไนซ์ซีเอ็นเอ็ก, ไซยาไนด์, ดรีมไฮ, ราห์บอย, โอจีสมิท มาโชว์รัวๆให้สนุกกันแบบไม่มีหยุด, ไมยราพ, แบล็คชีพ, เบนบีซี่, ออแกนิก, เลซี่ล็อกซี่, ไฮฮอท ต่อด้วยศิลปินตัวจี๊ดอย่าง ยังโอม, ฟิกส์, ยังกู, ไดมอนด์, ยังบอง, ดีเจนัท, ยัวร์บอยทีเจ และไทยเทเนี่ยม ที่งานนี้มีแค่เดย์และขันเงินเท่านั้น แต่ความสนุกยังคงเหมือนเดิม และวันอาทิตย์อินดี้เดย์ ที่ได้อัดแน่นด้วยศิลปินอินดี้สุดแนว ไม่ว่าจะเป็น เทเลกซ์ เทเลกส์, วาฬ แอนด์ ดอล์ฟ บอกเลยว่าโชว์ดีมากแถมแฟนๆยังมาเชียร์กันแน่นหน้าเวทีอีกด้วย, ไททศมิตร อีกหนึ่งวงที่ขนเพลงมาโชว์ด้วยฝีมือจัดจ้าน, อพาร์ตเมนต์คุณป้า ที่ได้ อะตอม มาร่วมแจมในเพลงปรากฎการณ์, โลโมโซนิก ได้สร้างความมันส์ให้กับทุกคนชนิดที่กระโดดกันไม่ติดพื้นกันเลย และปิดท้ายเวทีคูลเมืองด้วยศิลปิน กรีซซี่ คาเฟ่ ที่ยังคงโชว์ได้ตรึงตาตรึงใจ

 

 

ถ้าจะพูดถึงความสนุกบน เวทีเชียงใหญ่ ทั้ง 2 วัน 2 คืน ประเดิมวันแรกด้วยหลากหลายศิลปินสุดเจ๋ง ไม่ว่าจะเป็น      บิ๊กแอส, แทททูคัลเลอร์, โอ๊ต ปราโมทย์, เป๊ก ผลิตโชค ที่เหล่านุชได้ยกขบวนมาส่งเสียงกรี๊ดดังสนั่นลานเนินนุ่มกันเลยทีเดียว  อ๊อฟ ปองศักดิ์ ที่ขนเอาหลากหลายเพลงฮิตมาร้องชนิดที่สนุกสุดเหวี่ยง ค็อกเทล ขนเอาทุกเพลงฮิตมาฝากแฟนๆชาวภาคเหนือ ปิดท้ายความมันส์ในวันแรกด้วยศิลปิน ทเว้นตี้ไฟว์เอาว์เออร์ มาเพิ่มดีกรีความมันส์ท่ามกลางอากาศหนาวกันต่อในวันสุดท้ายบนเวทีเชียงใหญ่ เปิดเวทีด้วยศิลปินมากความสามารถอย่าง อะตอม ไม่ว่าจะร้องเพลงอะไรก็ได้รับเสียงทุกเพลงเลยก็ว่าได้ ป๊อบ ปองกูล, เคลียร์, หนุ่ม กะลา, โพลีแคท ที่ขนเพลงฮิตมาเรียกเสียงกรี๊ดท่ามกลางอากาศหนาว และอากาศที่กำลังค่อยๆ ลดองศาลงไปเรื่อยๆ พร้อมสนุกไปกับ ปาล์มมี่ ที่ขนเพลงฮิตจังหวะดีๆ มาให้ชาวเชียงใหญ่เฟสได้สนุกกัน ส่งช่วงท้ายด้วยกลุ่มศิลปินร็อกขวัญใจมหาชนที่มากด้วยคุณภาพและหนักด้านดนตรีที่ขนเอาเพลงฮิตและจังหวะมันส์ๆ มาฝากแฟนๆ อย่าง บอดี้สแลม จึงเรียกได้ว่าเป็นการปิดท้ายเชียงใหญ่เฟสได้อย่างยอดเยี่ยม

เรียกว่าทั้ง 2 วัน 2 คืน ทำเอาแฟนๆชาวเชียงใหญ่เฟสทุกคนประทับใจกันสุดๆ นับเป็นปรากฎการณ์ครั้งแรกของเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ สำหรับ ช้าง มิวสิค คอนเนคชั่น พรีเซนต์ ‘เชียงใหญ่เฟส’ เพราะนี่คือประสบการณ์การเสพดนตรีที่ดีที่สุด แล้วพบกันใหม่ในปีหน้าและไม่ควรพลาดโดยเด็ดขาด!!!

“บอดี้สแลม นับ 1 ถึง 7” คอนเสิร์ตครั้งพิเศษเพื่อมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ Sold Out ทั้ง 2 รอบภายใน 5 นาที

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มีการแถลงข่าว คอนเสิร์ต “บอดี้สแลม นับ 1 ถึง 7” คอนเสิร์ตครั้งแรกของการรวมเพลงฮิตตั้งแต่ชุดที่ 1-7 มาไว้บนเวที โดยรายได้ทั้งหมดมอบให้กับมูลนิธิธรรมาภิบาลเพื่อการแพทย์ เพื่อนำไปช่วยโรงพยาบาลที่ขาดแคลนทั่วประเทศ  ทั้งนี้ภายในงานได้มีตัวแทนจากมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ พลโทนายแพทย์  พีระพล ปกป้อง  มามอบช่อดอกไม้เป็นกำลังใจให้ “ตูน , ปิ๊ด , ชัช , ยอด , โอม” วงบอดี้สแลม ในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต ที่จะจัดขึ้นนวันที่ 25-26 มกราคม 2563 อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี โดยก่อนงานแถลงข่าวจะเริ่มขึ้นบัตรคอนเสิร์ตทั้ง 2 รอบได้ถูกจำหน่ายหมดเกลี้ยงภายใน 5 นาที งานนี้คงได้ทั้งความสนุกและอิ่มบุญกลับบ้านแน่นอน

งานนี้บอดี้แสลมเผยว่า “แฟนบอดี้สแลมที่ได้มางานนี้จะต้องกลับบ้านไปด้วยความสุข เพราะเราจัดคอนเสิร์ตเพื่อหารายได้ไปช่วยโรงพยาบาลที่ขาดแคลนทั่วประเทศ เราก็ไม่ได้เล่นที่อิมแพคฯ มาซักพักแล้ว ก็คิดว่าน่าจะสวยงามดี เราคิดชื่อคอนเสิร์ตว่า นับ 1 ถึง 7 คือบอดี้สแลมทำเพลงมาแล้ว 7 อัลบั้ม เราก็จะมาช่วยกันนับตั้งแต่อัลบั้มที่ 1 ถึงอัลบั้มที่ 7 เล่นเพลงต่าง ๆ ที่เรามีประสบการณ์ร่วมกันมาแล้ว 17 ปี แขกรับเชิญมีคิดไว้บ้างแต่คงต้องปรึกษากับพี่ ๆ ในวงและทีมงานก่อนว่าสุดท้ายความพอดีและภาพรวมที่ดีที่สุดของโชว์ควรจะออกมาเป็นแบบไหน คนที่มาคอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่ต้องถึงขนาดมาร้องตามได้เป๊ะ ๆ ผมแค่อยากให้ได้มาอยู่ในบรรยากาศของบอดี้สแลมแบบวันนี้ มาร้องเพลงเหล่านั้นที่ทุก ๆ คนเคยชอบด้วยกัน ผมคิดว่าเราทุก ๆ คนก็คงจะกลับบ้านไปด้วยความสุข เริ่มปีใหม่เราก็ถือโอกาสที่จะได้มาทำเรื่องดี ๆ ร่วมกันเพราะรายได้ทั้งหมดมอบให้กับมูลนิธิธรรมาภิบาลเพื่อการแพทย์ด้วย”

 

จีดีเอช เปิดตัวหนังรัก สำหรับคนอยากทิ้ง แต่ไม่อยากตัดใจ “ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ”

จีดีเอช เปิดตัวหนังรัก สำหรับคนอยากทิ้ง แต่ไม่อยากตัดใจ
“ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ” ผลงานล่าสุดของผู้กำกับ “เต๋อ-นวพล”

            จีดีเอช เปิดตัวภาพยนตร์ “ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ” ภาพยนตร์รัก สำหรับคนอยากทิ้ง แต่ไม่อยากตัดใจ ผลงานเรื่องล่าสุดของผู้กำกับ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ที่ได้นางเอกสุดฮอต ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง ร่วมแสดงกับพระเอกมากฝีมือ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์

            ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ เป็นเรื่องราวของ จีน (ออกแบบ-ชุติมณฑน์) หญิงสาววัย 28ปี ที่วางแผนจะรีโนเวทบ้านให้กลายเป็นออฟฟิศสุดมินิมอล แผนการคลีนบ้านสุดที่รกจึงเกิดขึ้น เธอต้องร่วมมือกับพี่ชาย  ในการที่จะค่อยๆ ทิ้งสิ่งของต่างๆ ที่ไม่จำเป็นหรือไม่ใช้แล้วออกจากบ้าน พวกเขาต้องต่อสู้กับแม่ผู้ไม่ยอมทิ้งอะไรสักอย่างเลยตามสไตล์คนแก่ที่ชอบเก็บทุกอย่าง รวมถึงต้องต่อสู่กับจิตใจตัวเองในการที่ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งของต่างๆ ที่มักมีเรื่องราวอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นของที่เสียแล้วแต่มันเคยเป็นของรักของเราสมัยเด็กเลยนะเว่ย ของที่ไม่ใช้แล้วแต่มันเป็นของที่พ่อแม่ซื้อให้เลยนะเว่ย ของขวัญวันเกิดหรือโปสการ์ดจากเพื่อนที่ส่งมาให้ด้วยมิตรภาพ แต่เราเก็บมันจนเต็มห้องนอนล้นทะลุลิ้นชัก และอะไรอีกหลายอย่างที่ใครเคยต้องจัดห้อง จัดบ้าน  หรือ เคลียร์โต๊ะทำงาน คงจะเข้าใจดี ว่ามันยากแค่ไหนในการที่จะตัดสินใจ เก็บบางสิ่ง หรือ ทิ้งบางอย่าง แต่อะไรคงไม่ยากเท่าของจากคนที่เราเคยมีความผูกพัน มีวันคืนที่ดีร่วมกัน หรือมีความรักให้กัน และนั่นคือสิ่งที่จีนกำลังต้องเผชิญ เมื่อเธอพบสิ่งของจากเอ็ม (ซันนี่) แฟนเก่าของเธอตกอยู่ในห้อง แปลกดี มันเป็นสิ่งของชิ้นเดียวที่เธอมีร้อยกว่าเหตุผลที่จะทิ้งไป และมีอีกร้อยกว่าเหตุผลที่อยากเก็บมันไว้ หรือว่าการเดินทางเอาของชิ้นนี้กลับไปคืนเขาจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

            สุดท้ายเธอจะทิ้ง เธอจะเก็บ หรือ เธอจะคืน ถามใหม่ดีกว่า ถ้าเป็นคุณ คุณจะทิ้ง จะเก็บ หรือจะไปคืนเจ้าของสิ่งนั้น

“ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ”
26 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

ส่งท้ายปลายปี 2562 #เป็นวัยรุ่นไม่มีบ้านให้กลับ กับ ‘โลโมโซนิก โฮม’

‘ฮอลล์ออฟแฟน ซันเดย์อีฟนิ่งคอนเสิร์ต’ เตรียมจัดคอนเสิร์ตครั้งที่ 12
ส่งท้ายปลายปี 2562 กับ ‘โลโมโซนิก โฮม’

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ชวนแฟนๆ ของกลุ่มศิลปินมากความสามารถอย่าง LOMOSONIC (โลโมโซนิก) มาสนุกสุดมันส์ด้วยกันกับคอนเสิร์ตส่งท้ายปลายปี 2562 ไทยประกันชีวิต Presents HALL OF FAN : SUNDAY EVENING CONCERT (ไทยประกันชีวิต พรีเซนต์ ฮอลล์ ออฟ แฟน : ซันเดย์ อีฟนิ่ง คอนเสิร์ต) ครั้งที่ 12 ตอน LOMOSONIC HOME (โลโมโซนิก โฮม) #เป็นวัยรุ่นไม่มีบ้านให้กลับ ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตที่จะชวนคนหลงทางในโลกที่โหดร้ายมาเติมพลังผ่านบทเพลงของพวกเขาที่รับรองว่าแฟนๆทุกคนได้รับความสุข ความสนุกสุดมันส์ และพลังบวกกลับบ้านไปอย่างแน่นอน  ที่สำคัญโลโมโซนิกยังมาพร้อมกับแขกรับเชิญสุดเซอร์ไพรส์อีกด้วย พูดเลยว่าแฟนตัวจริงไม่ควรพลาดคอนเสิร์ตในครั้งนี้โดยเด็ดขาด!


เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาพบกัน…
ในวันอาทิตย์ที่
22 ธันวาคม 2562 ณ จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เฮาส์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8
บัตรราคาเดียวเพียง 399 บาท เปิดจำหน่ายบัตรวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป
จำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตในรูปแบบ E-Ticket
(อีทิคเก็ต)
ผ่านทาง Application (แอพพลิเคชั่น) : The Concert เท่านั้น!!!

สามารถดาวน์โหลดแอพฯ คลิกเลย http://onelink.to/xg82rs
(สามารถใช้ได้ทั้งระบบ ios และ android)
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ FB : HallOfFan และ  Add LINE Official Account @GMMGRAMMY

 

 

เต็มอิ่ม!! ฟินสุดๆ แฟนมีตติ้งครั้งแรก “เฌอปราง BNK48”

โอตะปลื้มปรึ่ม “เฌอปราง” จัดเต็มทั้งร้องทั้งเต้นทั้งเล่นไวโอลิน ในแฟนมีตครั้งแรก “รินะ-ฝ้าย-จิ๊บ” พร้อม 7 สมาชิกซีรีย์วันเยียร์ ร่วมแจม แถมเซอร์ไพรส์โชว์เพลงเดี่ยวภาษาอังกฤษและ “สายซับ” เพลงรองซิงเกิลล่าสุด ให้ฟังแบบสดๆ เป็นที่แรก

สุขสมอารมณ์หมายทั้งเจ้าของงาน และ เหล่าบรรดาแฟนคลับ กับงานแฟนมีทคอนเสิร์ตครั้งแรกของ “เฌอปราง อารีย์กุล” หัวหน้าวงไอดอลสาว บีเอ็นเคโฟร์ตี้เอท (BNK48) ใน “เฌอปราง แฟนมีต : มีแอนด์ มาย แคทส์” จนแน่น เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (17 พ.ย.) โดยในช่วงแรก “เฌอปราง” ได้โชว์เล่นไวโอลีนและร้องเพลง “365 นิชิ โนะ คามิฮิคูคิ” ของ วง AKB48 ต่อด้วยร้องเพลง “โทโมดาชิ จาไน กา” เล็กน้อย จากนั้นได้เปิดตัวศิลปินรับเชิญคนแรก คือ “รินะ อิสึตะ” ผู้จัดการและสมาชิกวงซีจีเอ็มโฟร์ตีเอต (CGM48) ซึ่งทั้งคู่ได้ร่วมกันร้องเพลง “รีบอร์น” ภาคภาษาไทย

ต่อมา “เฌอปราง” ได้โชว์ร้องเพลงเดี่ยวของตนเองที่อยู่ในซิงเกิ้ล 7 ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์สารคดี BNK48 เรื่องใหม่เป็นครั้งแรก โดยเพลงดังกล่าวมีคำร้องเป็นภาษาอังกฤษ และยังมี “จิ๊บ-สุชญา แสนโคตร” สมาชิกรุ่นที่ 1 ขึ้นมาร่วมร้องจนเรียกเสียงฮือฮาไปทั้งฮอลล์ ถัดจากนั้น “ฝ้าย-สุมิตรา ดวงแก้ว” สมาชิกรุ่นที่ 2 ได้ขึ้นมาพร้อมสัตว์เลี้ยงของเจ้าตัว คือแมวชื่อ “หมูเด้ง” และร่วมกันร้องเพลง “Wherever You Are” ของ “One OK Rock” วงร็อคจากญี่ปุ่น ก่อนที่ “เฌอปราง” จะได้บรรเลงไวโอลินในเพลง บีเอ็นเค 48 , บีกินเนอร์ และ 77 ดินแดนแสนวิเศษ ร่วมกับนักดนตรีเครื่องสายชนิดต่างๆ ในลักษณะกึ่งออเครสตร้า

ในช่วงสุดท้ายบรรดาเหล่าสมาชิกวงที่ได้แสดงในละครเรื่อง “365 วัน บ้านฉันบ้านเธอ” ทั้ง “ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร” กัปตันทีมบีทรี , “จูเน่-เพลินพิชญา โกมารชุน” , “เจน-กุลจิราณัฐ อินทรศิลป์” , “วี-วีรยา จาง” , “น้ำใส-พิชญาภา นาถา” , “มิวนิค-นันท์นภัส เลิศนามเชิดสกุล” และ “ฟอนด์-ณัฐทิชา จันทรวารีเลขา” ได้ขึ้นเวทีมาร่วมสร้างความเฮฮา ก่อนที่จะร่วมกันร้องเพลง “สายซับ” ซึ่งเป็นเพลงประกอบซีรีย์กันสดๆ เป็นครั้งแรก ต่อด้วย เพลง “รักคือ…” ของวงโมโนโทนปิดท้าย

แน่นอนว่าแฟนๆ ต่างยังคงรอคอยพร้อมตะโกนคำว่า “ฌาปุราง” ซึ่งเป็นคำที่คนญี่ปุ่นเรียก “เฌอปราง” จนเจ้าตัวได้ออกมาแสดงอีกครั้งในชุดราตรีสีแดง พร้อมร้องเพลง “อาคาอิ พิน ฮีล โต โปรเฟสเซอร์” ของ AKB48 จนเรียกเสียงกรี๊ดเป็นคำรบสอง ก่อนที่จะกล่าวขอบคุณเหล่าแฟนคลับด้วยน้ำตา และร้องเพลง “ขอบคุณที่รักกัน” ของวงโปเตโต้ เป็นการส่งท้ายจริงๆ ของแฟนมีตในครั้งนี้

ทั้งนี้ภายในมีตติ้งยังได้มีการเปิดคลิปของ “เฌอปราง” เป็นระยะ พร้อมการทำกิจกรรมร่วมกับคนดู อาทิ สุ่มผู้ชมมาจับมือ “เฌอปราง” บนเวที , จับสลากโทรศัพท์ไปหาผู้ที่โชคดี และจับสลากเชิญผู้ชมมาทายปัญหาเกี่ยวกับ “เฌอปราง” โดยผู้ชนะได้ถูก “เฌอปราง” นำโทรศัพท์มือถือไปถ่ายวีดีโอร่วมกันเป็นรางวัลจนทำเอาแฟนคลับคนอื่นต่างอิจฉาตาร้อนไปทั่ว


ขอบคุณภาพจาก TW : CherprangBNK48 THFan , Feed
ข้อมูลจาก : mgronline.com

ดูโอ้หน้าใส mints ออกมาสร้างเพลงฮิตติดหูวัยรุ่นอีกครั้งใน ‘lovephobia’

อีกหนึ่งหนึ่งวงดนตรีที่น่าจับตามอง สำหรับสองหนุ่มหล่อวัยใสวง “Mints” (มิ้นท์) ที่ประกอบด้วย “อัด – อวัช รัตนปิณฑะ” (ร้องนำ) และ “ตน – ต้นหน ตันติเวชกุล” (กีตาร์) สังกัดค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) หลังจากปล่อย EP Album memos. ในฐานะศิลปินอย่างเต็มตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา และได้กระแสการตอบรับที่ดีเกินคาดจากแฟนเพลง  นอกจากนั้นยังมีเพลงฮิตติดหูวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็น “ยังไงดี”, “เหลือ”,“ไม่ง่าย”, “พร้อม”และ “ขอบคุณ” ล่าสุดได้ปล่อยเพลงใหม่ “lovephobia”(เลิฟโฟเบีย) ของทั้งคู่ออกมา ที่กลับมาลุคใหม่และแนวดนตรีที่เติบโตขึ้น

โดยเพลง “lovephobia” นั้นตั้งใจพูดถึง “โรคกลัวความรัก” ตามแบบฉบับของวัยรุ่น ด้วยการหยิบเอาประสบการณ์ส่วนตัวของ “ต้นหน” ที่กลัวการเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ ไม่อยากผิดหวังซ้ำซากเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นความสัมพันธ์แบบใหม่ที่วงยังไม่เคยบอกเล่ามาก่อน ซึ่งความพิเศษของเพลงนี้นอกจากแนวดนตรีที่เติบโตแข็งแรงมากขึ้นแล้ว “ต้นหน” ยังมีส่วนร่วมร้องถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเองกับ “อัด”เป็นครั้งแรก เหมือนการคุยตอบโต้กันระหว่า “น้องชาย-พี่ชาย”ที่ปรึกษากันเรื่องความรัก คนหนึ่งไม่กล้าเริ่มต้นใหม่ อีกคนปลอบใจให้ลองดูอีกครั้ง ถ้าจะต้องเสียใจก็ไม่เห็นจะเป็นไร เพราะความเจ็บปวดจะทำให้เราเติบโตขึ้น โดยในแต่ละท่อนจะสะท้อนเรื่องราวชีวิตของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี เรามาลองฟังเพลงนี้กันเลย

สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของ Mints ได้ทาง
 www.facebook.com/whattheduckmusic  และ www.facebook.com/wearemints     

สมการรอคอย “Butterfly” สตูดิโออัลบั้มของ “เป๊ก ผลิตโชค” ในรอบ 7 ปี

เป็นอีกปีที่มีผลงานออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามกันต่อเนื่อง สำหรับ เป๊ก ผลิตโชค เพราะล่าสุดถือโอกาสเปิดตัวสตูดิโออัลบั้มใหม่ในรอบ 7 ปี โดยใช้ชื่อว่า “Butterfly” มีความหมายเปรียบเทียบความสำเร็จที่เหมือนผีเสื้อ ยิ่งวิ่งตามหา ยิ่งไกลออกไป โดยอัลบั้มนี้ เป๊ก ใช้เวลาบ่มเพาะนานถึง 3 ปี แถมยังลงทุนเดินทางไปเรียนรู้ และศึกษาด้านการผลิตซาวด์แบบใหม่ไกลถึงอเมริกา

โดยย้อนกลับไปในปี 2560 เป๊ก เปิดตัวมาพร้อมกับเพลง “โทษที่เอาแต่ใจ (Sorry)” เป็นซิงเกิ้ลเปิดอัลบั้มที่สะเทือนวงการเพลงไทย เพราะสร้างปรากฏการณ์ยอดดาวน์โหลด, ยอดวิว, แต่ติดชาร์ตสถานีวิทยุแบบทั่วประเทศนานหลายสัปดาห์ ท่ามกลางกระแสเชียร์ให้ เป๊ก รวบรวมเพลงออกมาเป็นอัลบั้ม จนในที่สุดวันนี่ที่แฟนๆ รอคอยก็มาถึง กับการเปิดตัวอัลบั้ม “Butterfly” ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยปรากฏการณ์ ความน่าประทับใจมากมายของเหล่าผีเสื้อ

“สำหรับอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่ 4 ในชีวิตของเราแล้ว และเป็นอัลบั้มที่ใช้เวลาทำนานที่สุดประมาณ 3 ปี นับตั้งแต่ถอดหน้ากาก และสะสมเพลงมาเรื่อยๆ อัลบั้มนี้ใช้ชื่อว่า Butterfly เราก็คิดถึง Butterfly มันมีหลายสายพันธุ์ หลากหลายสปีชี่ส์ และก็มี ทฤษฎีผีเสื้อ ที่ว่า ความสำเร็จเหมือนผีเสื้อ ยิ่งไล่ยิ่งบินหนี ซึ่งก็เหมาะกับช่วงเวลาและอะไรหลายๆ อย่างก่อนจะมาเป็นอัลบั้มนี้ Butterfly 

 สำหรับอัลบั้มนี้ ก็เสมือนบทเพลงที่มีความหลากหลาย แต่โดยรวมแล้วก็จะอยู่ใน mood ที่ไม่เศร้ามาก แค่เหงาๆ ช่วงชีวิตตอนนี้รู้สึก happy มากกว่าที่จะเศร้า ก็เลยทำอะไรออกมาที่มันรื่นเริงดีกว่า ให้ความสำคัญกับสีสันความสวยงามของดนตรี ที่อยากนำเสนอ อยากให้ทุกคนลองเปิดใจฟังดูว่าชอบไม่ชอบ ขอบคุณที่ให้ผมได้ลองอะไรหลายๆ อย่างในอัลบั้มนี้

ขอบคุณแรงบันดาลใจ ทุกๆ แรงบันดาลใจ ที่ทำให้ผมเป็นผมในวันนี้  ขอบคุณน้องวุฒิ น้องเชค และน้องๆ ที่ไม่สบายอยู่ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผลิตในเพลง THIS IS LOVE ที่ผลิตอยากจะสื่อสารกับพวกเขาว่า เราก็รักเขา อยากขอบคุณเขา และ ขอบคุณพี่วิทย์ที่คิดท่าเต้นผ่านภาษามือให้เราได้สื่อสารกันผ่านเพลง ขอบคุณครอบครัวเพื่อนๆ ทุกคน และทีมงานทุกๆ ส่วนเลย 

สุดท้ายขอบคุณสิ่งใดๆ ก็ตามที่ทำให้เราก้าวมาสู่จุดนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นโชคชะตา ฟ้า พระเจ้า พรหมลิขิต ที่ทำให้เรา พบเรื่องราวดีๆ แบบนี้ มันเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ ที่อยู่ๆ อายุ 34 แล้ว ต้องมาทำตัวทีนไอดอล ต้องมาซ้อมเต้น แบบคนอายุ 20 กว่า แต่ก็มีความสุขดีครับ ก็จะร้องเพลงและทำเพลงจนกว่าคนจะเบื่อ จะพยายามรักษาผลิตโชคของทุกคนให้ดีที่สุด สัญญาครับ เลิฟยู ขอบคุณทุกๆ คนครับผม”

 

 

สำหรับสตูดิโออัลบั้มนี้มีทั้งหมด 10 เพลง ได้แก่ LONELY NIGHT, NOBODY LIKE YOU (THAI), นี่แหละความรัก THIS IS LOVE, FIRST LADY, ไม่อยากให้กลับ, I’ M OK,โทษที่เอาแต่ใจ, FIRST LADY (REMIX), NOBODY LIKE YOU และ Special Track นี่แหละความรัก 702 Voice ที่มีการผสมผสานเสียงร้องของเพลงและแฟนคลับเข้าไว้ในเพลงเดียวกันด้วย

นอกจากนี้ยังประกาศอีกหนึ่งข่าวดี เพราะในเดือนสิงหาคม ปี 2563 นี้ เตรียมจัดคอนเสิร์ตใหญ่ ที่ใหญ่กว่าเดิม เพราะครั้งนี้จะยกทีมโปรดักชั่นไประเบิดความฟินแบบเต็มๆ ที่ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี รอติดตามรายละเอียดกันได้เลยทาง  White Music

Load More Posts